2007/Oct/04

บทที่ยี่สิบสาม ลูคัส ลอเรนซ์ แล้วเราก็ได้พบกัน

ณ วังจันทรา ลึกเข้าไปในพระราชฐานชั้นในสู่ห้องรับรองพิเศษ ตลอดทางเดินไปสู่ห้องนั้นปูพรมแดงลายทองเกี่ยวกระหวัด ตามกำแพงประดับด้วยโคมไฟแก้วที่ทำขึ้นมาอย่างปราณีต หากผู้ที่กำลังเดินกึ่งวิ่งอยู่ตรงระเบียงไม่มีอารมณ์สุนทรีย์จะใส่ใจของเหล่านั้น ขายาวๆสาวเท้ารวดเร็วจนผมยาวสีดำไหวเป็นจังหวะ ใบหน้าคมเข้มติดจะตึงเครียดไร้รอยยั่วเย้าอารมณ์ดีอย่างที่เคยเป็น

คิงริชาร์ด โมนาโรคแห่งแอเรียส เสด็จสู่นครจันทราอย่างเร่งรีบ เมื่อเขาได้รับสารจากราชินีคนงาม เธอผู้เคยเป็นยอดรัก เธอผู้เคยดื่มด่ำความสัมพันธ์กับเขาอย่างลึกซึ้ง ..หลังจากศึกหมากอันยิ่งใหญ่แห่งเอเดนจบลง เขาก็เที่ยวไล้เทียวขื่อจีบราชินีคนงามจนหล่อนยอมตกลง พอคบไปได้ปีสองปีจนคนอย่างเขาตั้งใจจะรับหล่อนมาเป็นราชินีแห่งแอเรียส หล่อนกลับปฏิเสธเขาอย่างไร้เยื่อใย

ด้วยความโกรธส่วนนึงและด้วยหน้าที่ ทำให้เขาต้องอภิเษกกับหญิงสาวที่ทางเสนาเลือกให้ เธอคนนี้งดงามหากอ่อนแอ แต่ความอ่อนหวานก็มากพอที่จะทำให้เขาหลงไปได้พักใหญ่ เขาไปๆกลับๆนครจันทราก่อนจะเลิกมาอย่างเป็นทางการเมื่อราชินีคนงามบอกกับเขาว่า

ท่านไม่จำเป็นต้องมาอีกแล้ว

โอเค เลิกก็ได้..ถึงจะเจ็บใจอยู่บ้างแต่ก็เอาเถอะ เขาตัดใจอย่างไม่คิดอะไรมาก ประจวบเหมาะที่สนมของเขาตั้งครรภ์ทำให้เขาสนใจทายาทที่จะกำเนิดมามากกว่า และเมื่ออาทิตย์ก่อนลูกชายของเขาก็ถือกำเนิด ทารกน้อยผิวขาว ผมสีทองอ่อนเหมือนแม่ นัยน์ตาสีอเมธิสธ์ เป็นทารกที่งดงามเกิดมาด้วยการแลกกับชีวิตของมารดาผู้แสนอ่อนแอ แต่ตอนนี้ ที่เขาต้องบึ่งมาที่นครจันทราอีกครั้งเพราะสารจากเธอ..ลูน่า เกรเดเวล สารของเธอที่บอกเขาว่า

อาทิตย์ก่อนเธอได้ให้กำเนิดลูกชายของเขาเช่นกัน

ทารกที่เกิดจากความสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายก่อนจากลา

ประตูห้องหนาหนักถูกผลักโครมด้วยมือที่มองไม่เห็น ชายหนุ่มหยุดยืนเมื่อเห็นเป้าหมายกำลังรออยู่อย่างไม่ตกใจอะไรนัก เธอยังสวยอย่างที่เป็นมา ผิวกายเนียนละเอียดหมดจด ผมยาวสีทองแทบจรดพื้น งดงามสมกับเป็นราชินีนครจันทราอันแสนลึกลับ

ริชาร์ด เสียงหวานทรงอำนาจปลุกเขาให้พ้นจากสเน่ห์แห่งปีศาจ

เขาสาวเท้าเข้าไปใกล้หล่อน ทำให้เห็นว่าหล่อนอุ้มอะไรบางอย่างอยู่ บางอย่างที่ขยับน้อยๆ บางอย่างที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัว

ลูกชายของท่าน ทารกน้อยผมสีดำสนิทหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนมารดา มือน้อยๆกำผมยาวสีทองของแม่แน่น

ริชาร์ดแตะห่อผ้าออกเปิดดูใบหน้าเล็กๆ เขาชื่ออะไร

ลูน่ายิ้มละไม ท่านเป็นคนตั้ง ข้าไม่มีสิทธิ์ตั้งชื่อเขา

ชายหนุ่มคิ้วขมวด ทำไมละ

เพราะมันเป็นชะตากรรม เสียงหวานกังวานเข้าไปในใจของคนเป็นพ่อจนสะดุ้งเฮือก คำทำนายของหล่อนเป็นสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด

แล้วท่านเรียกข้ามาจากแอเรียสทำไม หรืออยากให้ข้ามาตั้งชื่อเขาเท่านั้น ตามชะตากรรมเขาเยาะหยัน

หากลูน่ากลับค่อยๆปลดมือลูกชายให้ปล่อยผมของเธอ ก่อนจะส่งเด็กเข้าสู่อ้อมกอดชายร่างสูงตรงหน้า ทารกเบ้ปากเหมือนรู้แต่กลิ่นหอมจากมือมารดาที่แตะลงบนหน้าผากหยุดอาการงอแงเปลี่ยนเป็นหลับสนิท

พาเขากลับแอเรียส รักเขา...ไม่ว่าในฐานะอะไรก็ตาม คำฝากฝังมั่นคง

ราชินีคนงามยืดตัวขึ้นหลังจากจูบบนหน้าผากลูกน้อยอีกครั้งเป็นการร่ำลา ถ้าท่านไม่อยากให้เอเดนต้องลุกเป็นไฟ เขาจะอยู่ที่เดมอสไม่ได้ พาเขาไปซะ เดี๋ยวนี้ น้ำเสียงเต็มไปด้วยอำนาจดังก้อง ปราสาทหลังโตไหวสะเทือนด้วยโองการแห่งราชินีจันทรา

ลูน่า ริชาร์ดลังเล แต่สายตาของหล่อนบอกว่าไม่ล้อเล่น เขาถอนใจอย่างหงุดหงิด นี่ไงถึงเกลียดนักกับคำทำนายอนาคตของหล่อน

คนเราไม่ควรรู้อนาคตที่ยังไม่ถึง เพราะมันรังจะมีแต่ความทุกข์

...................................................

ลอรี่ อยู่ไหน เสียงเล็กๆของเด็กชายวัยราวห้าขวบขวบดังลั่นทางเดินในปราสาทหลังโต ขาน้อยออกวิ่งทั่กๆไปทั่ว นัยน์ตาสีนิลกวาดมองทุกซอกทุกมุมเท่าที่จะหาได้

ฉันไม่ได้อยู่ในแจกันบ้าๆนั่น ลูคัส เด็กน้อยวัยเดียวกันพูดเสียงโหด หลังจากยืนกอดอกมองเจ้าบ้าหาเขาในแจกันอยู่นานสองนาน

อ้าว แหะๆ ไม่ได้อยู่ในนี้หรอกเหรอ ลูคัสผละถอยจากแจกันใบโตยิ้มแหยแล้วตรงเข้าไปดึงแขนอีกฝ่าย ลอรี่ไปหลังวังกัน ฉันเจอตัวคาบันละ คนพูดหมายถึงตัวที่คล้ายๆนกแต่บินไม่ได้ อ้วนกลม แต่เนื้อรสชาติห่วยเพราะเจ้าตัวเคยเอามาลองชิมแล้ว

กะอีแค่ตัวคาบันนายจะตื่นเต้นไปทำไม ลอรี่หรือลอเรนซ์บ่นพึมทั้งๆที่โดนลากหลุนๆ

โธ่ ถึงมันจะไม่มีอะไรแต่เวลามันร้องทีวังแทบแตก ไปจับมันมาแกล้งยายป้าๆในครัวกันจอมวางแผนหัวเราะกิ๊กกั๊ก ซึ่งคนเห็นได้แต่ส่ายหัวอย่างไม่สมวัย

เอาเถอะ ปล่อยมัน

เจ้าชายลูคัสและเจ้าชายลอเรนซ์ โมนาโรค สองเจ้าชายแห่งแอเรียส ถูกเลี้ยงมาด้วยกันตั้งแต่จำความได้ เมื่อห้าปีก่อนที่คิงริชาร์ดกลับมาจากเดมอส

ท่านได้พาของฝากติดไม้ติดมือมาด้วย..ทารก..ที่ท่านบอกว่าเป็นลูกชายอีกคน เล่นเอาวังแอเรียสแทบแตก เสียงคัดค้านมาเป็นขบวนหากริชาร์ดกลับทำหูทวนลม เอาลูกชายคนใหม่ไปวางลงในเบาะนอนที่มีร่างเล็กอีกร่างนอนอยู่ ริมฝีปากได้รูปยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นมือเล็กของลูกชายทั้งสองขยับเข้าชิดกัน นัยน์ตากลมใสที่ยังไม่ควรเห็นอะไรจ้องมองกันเหมือนดูเชิง

ในที่สุดก็ไม่มีใครคัดค้านสำเร็จ เพราะคิงริชาร์ดประกาศกร้าวว่าเขาได้ลั่นวาจากับราชินีจันทราเอาไว้แล้ว กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ..

จนเมื่อทารกค่อยๆเติบโต คำติฉินนินทาก็ตามมา ใครเล่าจะได้เป็นเจ้าชายรัชทายาท.. คะแนนเสียงของเจ้าชายลอเรนซ์ท่วมท้นล้นหลามเพราะเป็นพระโอรสที่เกิดอย่างถูกต้องตามประเพณี แต่เจ้าชายลูคัสเป็นเพียงพระโอรสที่เกิดจากสเน่ห์หาความเจ้าชู้ และที่สำคัญครึ่งนึงไม่ใช่ชาวเอเดน

เสี้ยนหนามที่ควรกำจัดก่อนจะเติบโต

....................................

นี่ลอรี่

คนถูกเรียกหน้าหงิก จนป่านนี้ไอ้บ้ามันยังเรียกเขาว่าลอรี่ ชื่อปัญญาอ่อนที่มันตั้งให้เขาสมัยเด็กๆ

อะไร ถึงจะบ่นแต่ก็อดตอบรับไม่ได้ ก็โดนเรียกมาตั้งแต่เล็กจนป่านนี้

พอวันเกิดครบสิบขวบ พวกเราจะโดนส่งไปเร่ร่อนไหม คนพูดมองมีดสั้นในมือน้องต่างแม่ อีกไม่กี่เดือนพวกเขาก็จะครบสิบขวบแล้ว ตามกฎของแอเรียสพวกเขาต้องออกไปเร่ร่อนนอกวังเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

งั้นมั้ง ลอเรนซ์ยังคงขัดมีดต่อไปอย่างไม่ใส่ใจ

แต่พอสิบห้าก็ต้องไปเข้าเรียนที่โรงเรียนพระราชา

อืม เด็กชายผมทองพยักหน้า แล้วหยิบมิดอันใหม่ขึ้นมาขัดต่อ

ตอนนั้นเราก็จะได้อยู่ด้วยกันอีกเนอะ ลอรี่

ท้ายเสียงฟังดูกวนประสาทจนคนฟังหมดความอดทน มีดสั้นในมือปาออกไปไวเท่าใจคิด

เลิกเรียกชื่อบ้าๆนั่นสักทีลูคัส นายไม่ใช่เด็กห้าขวบแล้วนะ !

ลูคัสหัวเราะชอบใจ เขาหันไปเก็บมีดที่ปักอยู่บนต้นไม้ด้านหลังอดีตตำแหน่งหัวเขา

ไม่เอา ก็ฉันชอบชื่อลอรี่มากกว่า

ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ

มีดสั้นอีกสามเล่มพุ่งตรงหมายซึ่งร่างกายของคนปากเสีย แต่ทุกอย่างก็ผ่านวาบหายไปปักที่ต้นไม้อีกครั้ง เจ้าของนัยน์ตาสีนิลแพรวพราวชอบใจเหมือนเจอของเล่นชิ้นใหม่ ก่อนจะหัวเราะหนักเผ่นแพล้วเมื่อเจ้าน้องชายแสนรักน็อตหลุดหยิบมีดที่เหลือออกมาปาเพื่อกะสังหารพี่ชายให้ดับคามือ

ความสุขอีกวันที่เด็กชายตัวน้อยเฝ้าภาวนาให้มันดำเนินต่อไป แต่เหมือนพระเจ้าจะไม่ชอบคนมีเชื้อสายปีศาจเท่าไหร่นัก...เขาถึงไม่สมปรารถนา .... ....

.... วันแห่งความสุขไม่เคยยืนยาว

....................

ในห้องบรรทมของเจ้าชายองค์โตแห่งแอเรียสเป็นไปอย่างที่มันเคยเป็น เด็กชายมุดขึ้นเตียงหลังจากพระพี่เลี้ยงพาอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวให้เรียบร้อย แน่นอนว่าทุกอย่างต้องเกิดขึ้นหลังจากที่เขาไปยั่วให้ลอรี่โมโหก่อน

ไม่ทำก่อนนอนมันจะนอนไม่หลับ

ร่างเล็กๆมุดซุกในผ้าห่มผืนหนานุ่ม จนเมื่อไฟดับลง เด็กชายก็ลืมตาโพลง บรรยากาศในห้องมันแปลกๆ มันเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ เหมือนสัตว์ร้ายกำลังจะล่าเหยื่อเพียงแค่รอเวลา ลูคัสขมวดคิ้วแล้วค่อยๆมุดตัวลงใต้ผ้าห่มจนหายไปทั้งตัว โปงผ้าขยับเป็นจังหวะลมหายใจ นานจนทำให้ผู้ที่เฝ้ารอแน่ใจว่าเด็กในนั้นหลับสนิทแล้ว ร่างสามร่างโผล่ออกจากเงามืด ในมือถืออาวุธเป็นประกายวาววับกับแสงจันทร์

บุคคลทั้งสามล้อมเตียงเอาไว้ หนึ่งในนั้นยกดาบยาวขึ้นพึมพำเบา ขออภัย..เจ้าชาย

สวบ

ดาบจมมิดทั้งด้าม คนเสือกดาบขมวดคิ้วกับสัมผัสที่ไม่เหมือนกับที่คิด เขากระชากดาบออก ตัวดาบยังสะอาดเหมือนเก่า ไม่มีแม้แต่รอยเลือด

รู้ไหม รบกวนเด็กที่กำลังจะหลับจะนอนมันขวางการเติบโต

เจ้าชายที่ควรจะอยู่บนที่นอนกลับยืนยิ้มอยู่ริมหน้าต่าง บานโต ใบหน้าขาวกระทบแสงจันทร์ดูคมคายอย่างประหลาด ยิ่งแววตานั่น..อันตราย...

ยังไม่ทันจะมีใครขยับ ข้าวของในห้องก็เริ่มสั่นกึกๆและมีทีท่าว่าจะแรงขึ้น กลิ่นอายที่ชวนให้หดหู่เศร้าสร้อยเริ่มคละเคล้าไปกับบรรยากาศ ทุกอย่างมาจากเด็กชายที่ยืนยิ้มมุมปากริมหน้าต่าง สายลมไม่รู้ที่มาพัดหมุนวนจนกลายเป็นพายุ แรงจนผู้บุกรุกต้องหาที่ยึดเกาะ

นี่มันอะไรกัน ! หนึ่งในสามที่ยึดตู้แถวนั้นร้องลั่น

มันก็แค่เวทย์ของเด็ก รีบๆจัดการมันซะ ! อีกหนึ่งพยายามเงื้อดาบ หากสายลมก็ตัดผิวกายเขาจนเลือดกระฉูด

เวทย์ของเด็ก ลูคัสหัวเราะมองคนที่ร้องลั่นอย่างสะใจ เฮ้อ แทนที่จะได้หลับสบายต้องมาออกแรง เอาน่า อีกเดี๋ยวทหารก็มาฆ่าเวลาอีกหน่อย

โครม

ลูคัส !!

ไม่ใช่ทหาร..แต่กลับเป็นร่างของคนที่เขาต้องการให้หลับสนิทบนเตียง ไม่ใช่ออกมาวิ่งเวลานี้

ลอเรนซ์ ออกไป !! เด็กหนุ่มตวาดลั่นเย็นวาบไปทั้งตัว

แกจะบ้าเหรอ อั่ก! ร่างเล็กๆงอตัวหน้าซีดเมื่อถูกซัดเข้าที่ท้องเต็มรัก มีดปลายแหลมจ่อเข้าที่คอเล็กพร้อมรอยยิ้มแห่งชัยชนะของผู้กระทำ

เจ้าชายลูคัส..ถ้าไม่อยากให้น้องตาย หยุดไอ้ลมบ้าๆนี่แล้วยอมให้ฆ่าซะ

แกอย่าโง่นะลูคัส นัยน์ตาสีม่วงมองอย่างเอาเรื่องทั้งๆที่คอตัวเองถูกปาดบางๆเป็นทางยาว

หุบปากเจ้าชายลอเรนซ์ ลมพายุนิ่งไปแล้ว การเจรจาเป็นผลสำเร็จ

ผู้บุกรุกที่กอดตัวประกันเบือนหน้าไปสั่งเพื่อนร่วมทีม แทงๆมันไปซะ จะได้จบงาน

ลอเรนซ์ร้องอู้อยู่ในลำคอเพราะถูกปิดปากแน่น ร่างเล็กดิ้นสุดชีวิต ตาเบิกกว้าง..ดาบเล่มโตกำลังเงื้อขึ้นเพื่อจัดการเจ้าชายปีศาจ

ตายไปจากแอเรียสซะเจ้าชายลูคัส !!

ควับ

กึก

ปลายดาบห่างจากใบหน้าของเด็กชายเพียงคืบ มือใหญ่ที่ลงดาบสั่นระริกกับแววตาที่จ้องมองมายังเขา มันตรึงการกระทำให้หยุดนิ่ง รัศมีแห่งการทำลายล้างไอแห่งการเข่นฆ่าแผ่กระจายออกมาอย่างรวดเร็ว

ปล่อยลอรี่ น้ำเสียงเนิบนาบหากเย็นไปถึงเบื้องลึกของจิตใจคนฟัง ควันไอสีดำลอยออกมาจากมือเล็กบังเกิดเป็นงูยักษ์เลื้อยเข้าพันผู้บุกรุกทั้งสามอย่างรวดเร็ว

ฉัน..บอก..ให้..ปล่อย!

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

สลักเวลาที่ถูกกัก ระเบิดออกมาอย่างไม่มีใครหยุดยั้งได้..

.................................

ลูคัส !

เสียงตะโกนเรียกดังมาจากคิงริชาร์ดแห่งแอเรียสที่กำลังใช้พลังเวทย์ยับยั้งไอทมิฬที่ออกมาจากตัวลูกชาย นัยน์ตาสีนิลเลื่อนลอยไม่มีแววรับรู้สิ่งรอบตัว ที่ปลายเท้าของเด็กน้อยที่ยืนคว้างกลางห้อง ปรากฏเศษซาก..ที่เคยเป็นมนุษย์ เลือดสีแดงไหลนองท่วมจนห้องแดงฉานกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งชวนคลื่นไส้ บนใบหน้าขาวใสเกลื่อนรอยยิ้มบัดนี้มีเพียงรอยเลือดเลอะเทอะที่จ้าตัวไม่ใส่ใจ

ลูคัส พอได้แล้ว ถ้าไม่หยุดเจ้าจะตายนะ !! ชายหนุ่มตวาดลั่นก่อนจะวาดมือสร้างเกราะเวทย์ป้องกันคนอื่นๆที่จะโดนลูกหลงจากไอทมิฬ เพียงแค่ไอนั้นไปสัมผัสทีใคร ผู้นั้นจะดาวดิ้น เลือดจะทะลักออกจากร่างกาย ตายอย่างทรมาน

ลูคัส !!

อย่าเข้ามาลอเรนซ์ ! ริชาร์ดตะคอกแล้วสะบัดหลังมือ ส่งให้ร่างเล็กของลูกชายอีกคนกระเด็นออกไปจากเขตอันตราย

ลูคัส! หยุดนะ! หยุด! ลอเรนซ์ร้องลั่น นัยน์ตาทั้งสองข้างแดงก่ำจากการอดกลั้นน้ำตา เด็กชายยกมือขึ้นปาดเลือดจากมุมปากที่แตกจากการกระแทก ร่างเล็กขะมุกขะมอมพยายามจะเข้าไปใกล้พี่ชายต่างมารดาแต่ก็ไม่เป็นผล

เกราะของท่านพ่อมีอำนาจมากพอที่จะกั้นทุกคนไม่ให้เข้าไป

นี่ลอรี่..ถ้าท่านพ่อให้เราไปเร่ร่อน เราแอบไปด้วยกันนะ

..จะบ้าเหรอ ต้องถูกส่งไปคนละทิศแหงๆอยู่แล้ว

เอ้า ไม่เห็นเป็นไร เก๊าะแอบมาเจอกันทีหลังไง

..อย่างกะจะเจอได้ง่ายๆงั้นแหละ

เอางี้ นายก็อยู่เฉยๆสิ เดี๋ยวฉันตามหาเอง

..พูดตลก เอเดนออกกว้าง

เจอสิลอรี่...ไม่ว่านายอยู่ไหน..ฉันหานายเจอแน่

เพราะนาย..คือแสงสว่างหนึ่งเดียวสำหรับความมืดอย่างฉัน

ไอ้บ้าลูคัส ! เด็กชายทุบเข้าที่เกราะใสมองไม่เห็น ไหนสัญญากันแล้วไงว่าจะไปด้วยกัน น้ำตาใสๆไหลออกมาจากตาสีม่วง น้ำตาที่เขาไม่เคยให้มันเห็น ไอ้ขี้โกหก! เสียงสั่นพร่า

เฮือก ลูคัสไหวร่างน้อยๆ นัยน์ตาสีนิลฉายแววรับรู้ขึ้นมาชั่วแวบตอบสนองกับเสียงสะอื้นที่ลอดผ่านเกราะเวทย์ แม้จะสั้นแต่ก็มากพอสำหรับพ่อมดแห่งแอเรียส ริชาร์ดตัดสินใจซัดพลังเวทย์เข้าไปกระแทกร่างลูกชาย ในจุดที่เขาคิดว่าปลอดภัยกับร่างกายเล็กๆนั่นมากที่สุด

ลูคัส.. ลอเรนซ์เบิกตากว้าง ตกตะลึงกับเลือดที่กระอักออกมาจากปากของคนที่เขาร้องเรียก พี่ชาย..ที่เติบโตมาด้วยกันทั้งชีวิต

ไอทมิฬกลืนหายเข้าสู่ร่างนาย พายุที่เคยพัดจนวังสั่นโครมครามหายวับเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ทุกอย่างเงียบสงบ เงียบแม้แต่เสียงหายใจของคนที่นอนจมกองเลือดกลางห้อง

ลูคัสสสสสสส !!

..........................

หมอหลวงออกไปแล้ว เหลือเพียงยาที่ทิ้งเอาไว้บนหัวเตียง เสียงถกเถียงดังข้ามหัวคนที่นอนเป็นตายอยู่บนเตียงกว้างอย่างไม่ใส่ใจ

เอาไว้ไม่ได้ เสียงทุ้มต่ำของเสนาแห่งแอเรียสดังขึ้นอย่างเคร่งเครียด

แล้วจะทำยังไง อีกเสียงมาจากแม่ทัพใหญ่

นี่ขนาดแค่พลังแห่งความมืดตื่น ถ้าโตมากกว่านี้มิต้องตายกันหมดรึ

เดมอส..เด็กคนนี้มีเลือดเดมอสมากเกินไป เสียงพร่าจากแม่มดชราแห่งแอเรียสดังเศร้าสร้อย

พวกเจ้าอย่าบอกนะว่าจะกำจัดเขา คิงแห่งแอเรียสที่ทนฟังมานาน พยายามพูดอย่างใจเย็น ครึ่งนึงของเขาคือแอเรียส

การโต้คารมยังดำเนินต่อไป ข้ามหัวเด็กน้อยที่นอนหอบหายใจอย่างทรมานด้วยพิษไข้และอาการเสียเลือด มือที่ชื้นเหงื่อข้างนึงถูกกอบกุมไว้ในมือเล็กๆของคนที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง ลอเรนซ์บีบมือคนป่วยเป็นระยะ ยามได้ยินประโยคเห็นแก่ตัวจากปากของผู้ใหญ่ที่ถูกเรียกว่าผู้กล้า

ผู้กล้าที่ตอนนี้กลัวเด็กผู้ชายวัยสิบขวบหัวซุกหัวซุน

ลูคัสเบือนหน้าซีดเซียวมองคนข้างตัวแล้วคลี่ยิ้มให้ ไม่สนใจวาจาประหัตประหารเหนือหัวตัวเองแม้แต่น้อย

ลอ..รี่ เสียงเรียกแหบพร่าเบาหวิว

ตาสีม่วงเขม็งมองคนป่วยดุๆแยกเขี้ยวโหด นอนซะ

หากคนป่วยจอมดื้อส่ายหน้า ไม่..จะฟัง..เขาตัดสิน

บทสรุปที่ไม่ลงตัวสักทีสร้างความหงุดหงิดให้หลายฝ่าย แม้แต่คิงริชาร์ดที่คิ้วขมวดมุ่น ตาสีน้ำตาลทองฉายแววกร้าวไม่พอใจ

ก่อนที่ลูคัสจะจากมาแอเรียส ลูน่าร่ายเวทย์กักพลังเดมอสเอาไว้ เธอบอกว่าเวทย์นี้จะกักได้ในระยะเวลานึง แต่ไม่รู้ว่าวันไหนมันจะระเบิดขึ้นมา

เร็ว..เร็วเกินไป

งั้น พาเจ้าชายไปทริสทอร์ แม่มดชราแห่งแอเรียสเอ่ยขึ้นหยุดการสนทนาของทุกคน ที่นั่นมีญาติของหม่อมฉันอยู่ พวกเขาจะดูแลเจ้าชายได้

ทริสทอร์ ริชาร์ดขมวดคิ้วไม่พอใจ แดนคนทรยศ ทำไมต้องให้ลูคัสไป

เพราะเป็นคนทรยศ ถึงเหมาะกับเจ้าชายที่เป็นลูกครึ่งเดมอส หล่อนอธิบาย ตระกูลซาโดเรียเป็นตระกูลผู้วิเศษที่เก่งกาจ เหมาะสำหรับช่วยฝึกพลังมืดในตัวเจ้าชาย

คนเป็นพ่อลังเล อยู่ๆจะให้ยกลูกไปไกลจากอก เขาก็ทำใจลำบาก

ถ้าไม่ส่งไปเจ้าชายก็จะตายเพราะคุมพลังตัวเองไม่ได้ ที่ทริสทอร์ส่วนมากถนัดมนต์ดำ ไอมนต์ที่นั่นช่วยสร้างสมดุลให้เจ้าชายได้เพคะ

คำขาดจากแม่มดกระตุกใจของริชาร์ดให้นิ่งงัน เขาเหลือบตามองลูกชายที่นอนหายใจรวยรินบนเตียงก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด

ตกลง ส่งลูคัสไป เมื่อไหร่..

เร็วที่สุดเพคะ หม่อมฉันติดต่อทางโน้นได้ทันที ให้ออกเดินทางวันนี้ พรุ่งนี้เช้าคงมาถึงแอเรียส

ใบหน้าคมคายพยักรับรู้แล้วหันไปออกคำสั่งกับข้ารับใช้ให้จัดเตรียมของ บรรดาเสนา แม่ทัพก็พอใจกับผลสรุป..อย่างน้อยปีศาจก็ออกจากแอเรียสไปอยู่ที่อื่น

ประตูห้องปิดลงปล่อยให้คนป่วยได้พักผ่อน มือเล็กๆสองมือบีบกันแน่น เวลาแห่งการลาจากมาถึงแ้ล้ว

................................

เช้าวันใหม่ไม่สดใส คลุมเคลือไปด้วยหมอกหนาจัด อากาศเย็นเสียดแทงเข้ากระดูก มังกรไฟที่บินตรงมาจากทริสทอร์นอนหมอบกับพื้นรอเจ้านายอย่างเรียบร้อย เจ้าชายลูคัส โมนาโรค บัดนี้กลายเป็นลูคัส ซาโดเรีย นอนอยู่ในอ้อมกอดของผู้นำตระกูลซาโดเรียแห่งทริสทอร์ ใบหน้าของเด็กชายซีดเซียว ริมฝีปากแห้งผากแต่ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มต่างกับคนแข็งแรงที่หน้าบูดสนิท

ริชาร์ดเดินเข้าไปลาลูกชายอีกครั้ง มือใหญ่สวมสร้อยลงบนคอของเด็กชาย

สุขสันต์วันเกิดลูกรัก..ริชาร์ดเอ่ยเสียงพร่า วันเกิดครบรอบสิบปีของเจ้าชายลูคัสกลับกลายเป็นวันจาก

ไข่มุกแสงจันทร์ เป็นของประจำตัวเจ้าชาย..ไม่ว่าลูกจะเป็นใคร พ่อคือพ่อของลูก เขาก้มลงจูบหน้าผากลูกชายแล้วยิ้มให้

คำพูดของราชินีจันทราก้องอยู่ในหัว คำพูดที่เขาลืมไปสนิทใจ

...รักเขา..ไม่ว่าในฐานะอะไรก็ตาม...

หล่อนรู้ทุกอย่างแม้แต่เรื่องวันนี้ ให้ตาย..เขาเกลียดคำทำนายแบบนี้จริงๆ

ลอรี่... คนเจ็บไม่วายเรียกชื่อที่คนถูกเรียกพยายามบอกให้เลิก ตาของลูคัสวาววับด้วยละอองน้ำจับจ้องใบหน้าบูดบึ้งที่ตาแดงก่ำ

ไม่ต้องห่วง..รอนะ..ฉันจะตามหานายเอง..

...........................

อะไรนะ ? ริชาร์ดเบิกตากว้างลุกพรวดจากบัลลังก์ทำท่าแคะหูเหมือนได้ยินไม่ชัด เจ้าพูดว่าอะไรนะลอเรนซ์

เด็กชายนามลอเรนซ์วัยสิบขวบเต็มที่คุกเข่าอยู่หน้าบัลลังก์ทองคำต่อหน้าคิงแอเรียสเงยหน้าขึ้นเอ่ยเต็มเสียงอีกครั้ง

หม่อนฉันขอถอนตัวจากตำแหน่งเจ้าชายรัชทายาท ไม่ออกไปเร่ร่อนกระหม่อม

คนเป็นพ่อทรุดตัวลงอย่างอ่อนล้า ลูกชายคนแรกถูกส่งไปทริสทอร์โดนตัดสิทธิ์รัชทายาท พอมาคนที่สองนี่ก็ไม่เอา มันคิดว่าตำแหน่งนี้เป็นอะไรกัน

แล้วเจ้าจะทำยังไง ลอเรนซ์

หม่อนฉันจะออกบวช

คิ้วเรียวดำเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจ

บวช เจ้าเนี่ยนะ

กระหม่อม เด็กชายสบตากับพระบิดาจริงจัง

บวชที่ไหน ริชาร์ดคลึงขมับด้วยความปวดหัว อดคิดไม่ได้ว่า ลูกที่อยู่ในท้องมเหสีอีกคนตอนนี้ถ้าออกมาเป็นเจ้าชายแล้วไม่ยอมรับตำแหน่งรัชทายาทอีก เขามิต้องผลิตต่อไปเรอะ

ที่แอเรียสกระหม่อม ตระกูลดอร์น

ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ ตระกูลนักบวชชื่อดังของแอเรียส ดอร์นงั้นรึ

เจ้ามีเหตุผลอะไร อย่าบอกนะว่าชื่นชมในศาสนา

เด็กชายเม้มปากแน่น ถ้าไม่ตอบท่านพ่อคงไม่ยอม ถ้าตอบไม่ดีท่านพ่อก็คงไม่ยอมอีก

หม่อนฉันอยากเรียนรู้วิชาของนักบวช มือเล็กกำแน่น เอาไว้..ห้ามปีศาจ

ริชาร์ดหัวใจกระตุกวูบอดยกมือขึ้นลูบอกนึกถึงลูกชายอีกคนไม่ได้ นัยน์ตาสีน้ำตาลทองทอดมองลูกชาย นานจนใบหน้าขาวๆชื้นเหงื่อด้วยแรงกดดันและความกังวล

ตามใจเจ้า คำอนุญาตง่ายๆหลุดออกมาจากปากคิงแห่งแอเรียสสร้างความตกตะลึงให้คนทั้งท้องพระโรง แม้แต่คนรอฟังยังไม่อยากเชื่อ

พระองค์ เหล่าเสนาเริ่มจะโวยวาย หากริชาร์ดตวาดลั่น

ข้าพูดออกไปแล้วไม่คืนคำ !

เปรี้ยง สายฟ้าฟาดลงกลางโถงเฉียดคนเถียงไปนิดเดียว ทำเอาที่เหลือหุบปากเงียบสนิท เจ้าชายลอเรนซ์หยัดกายลุกขึ้นแล้วโค้งทำความเคารพให้แก่พระบิดาเป็นครั้งสุดท้าย

วันนี้เขาจะจากวังแอเรียสไปสู่วิหารนักบวชตระกูลดอร์น

คิงแห่งแอเรียสถอนใจเฮือก มองลูกชายเดินลับไปจากสายตา เขาโบกมือไล่คนที่อยู่ในโถงออกไปจนหมด เหลือเพียงความเงียบที่แฝงไว้ด้วยความเศร้าตรม

คิงผู้ยิ่งใหญ่ เดียวดาย อำนาจไม่เคยช่วยอะไรได้ แม้แต่ช่วยลูกชายทั้งสองคน

อำนาจซื้อความสุขไม่ได้

คำพูดของเพื่อนสนิทสมัยโรงเรียนพระราชาเตือนเขาอีกครั้ง ริชาร์ดยิ้มอย่างอ่อนล้า หลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน

นายพูดถูกเสมอ วิล..

................................

เสียงสาธยายมนตร์ดังก้องกังวานในวิหารศักดิ์สิทธิ์ ร่างของเด็กหนุ่มในชุดขาวคุกเข่าลงต่อหน้านักบวชชรา ตาสีอเมธิสต์ฉายแววแน่วแน่เสียงจนคนมองหวั่นใจ หัวหน้านักบวช คอเชียส ดอร์น แตะน้ำศักดิ์สิทธิ์กลางหน้าผากแก่นักบวชคนใหม่ ทันทีที่น้ำสัมผัสผิวกาย ร่างเล็กก็สั่นระริกร้อนวูบตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

ยินดีต้อนรับสู่วิหาร ลอเรนซ์ ดอร์น

......................................

...ลูคัส.. ถ้านายเป็นปีศาจฉันก็จะเป็นนักบวช ..

..คนที่หยุดนายได้นั้น มีแต่ฉันเท่านั้น..

............................

ณ เอดินเบิร์ก เสียงจอกแจกจอแจดังลั่นราวกับมีงานรื่นเริง ร้านค้ามากมายตะโกนลดแลกแจกแถมกระหน่ำ เหล่าเด็กๆืจากทั่วเอเดนยืนต่อแถวยาวเหยียด บ้างก็ชะเง้อชะแง้มองหาเพื่อน บ้างก็ยืนอ่านหนังสือคู่มือเตรียมสอบ

วันนี้ทุกคนมาเพื่อสมัครเรียน โรงเรียนพระราชา ร่างสูงโปร่งยืนอยู่หน้าโรงเรียนอย่างไม่คิดจะรีบไปต่อแถวสมัครเข้าเรียน นัยน์ตาสีนิลหลังแว่นสายตาดูเย็นชา น่าสะพรึงกลัวเสียจนคนอื่นๆไม่กล้าอยู่ใกล้ ผมสีดำตัดสั้นไหวน้อยๆตามแรงลมอบอุ่นที่พัดมาจากตะวันออก บรรดาคนที่ยืนอยู่ซุบซิบเบาๆเกี่ยวกับไอมืดที่ครอบคลุมเด็กหนุ่ม แต่คนโดนนินทาไม่คิดจะใส่ใจ เขายังคงมองไปรอบๆ

เสียงโวยวายดังมาจากกลุ่มคนหน้าร้านขายของถัดออกมาไม่ไกล คนโวยตะเพิดฝ่ายตรงข้ามไปอย่างหัวเสีย ใบหน้าคมคายนั่นบูดสนิททำเอาความน่าดูบนใบหน้าลดลงไปกว่าครึ่ง

เจ้าของไอมืดกระตุกเล็กน้อย เกิดรอยยิ้มบนริมฝีปาก นัยน์ตาที่ฉายแววเย็นชาแทนที่ด้วยความอบอุ่น จากปีศาจสู่เทพบุตรในชั่วพริบตาทำเอาคนที่ซุบซิบชะงักค้างหน้าแดงก่ำกันเป็นแถว

ขายาวๆสาวเท้าไปหาคนขี้โมโหไวเท่าใจคิด พร้อมกับยกมือโบกตะโกนลั่น

ลอรี่ !!

ฉันเจอนายแล้วแสงสว่างของฉัน

แล้วเราก็ได้พบกัน..

..................................

อัพที่นี่ยากกว่าอัพในเด็กดีอีกวุ้ย...เออเร่อตลอด สงสัยข้อความมันเยอะไป

บทใหม่ยังไม่ได้เขียนเลย มีเนื้อเรื่องคร่าวๆแล้วแต่ขี้เกียจ แหะแหะ รอเสาร์อาทิตย์โลด


edit @ 2007/10/04 22:27:12

2007/Sep/30

ตอนที่ยี่สิบสอง เหตุผลและความลับ

เสียงเชียร์การแข่งขันรอบสุดท้ายระหว่างป้อมอัศวินปีเจ็ดและปราสาทขุนนางปีหกดังสนั่น การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดแทบหยุดลมหายใจคนดู เสียงปะทะระหว่างเวทย์ชั้นสูงดังเปรี้ยงพร้อมกลิ่นไอเวทย์คละคลุ้งไปทั่ว อลันอ้าปากค้างเบิกตากว้างเกาะติดขอบสนามชนิดทันเหตุการณ์ การแข่งของพวกเธอดูเป็นเด็กไปเสียสนิทเมื่อเจอรุ่นใหญ่ พอดูไปได้สักพักหัวขโมยก็แอบมองร่างสูงที่อยู่ข้างตัว แววตาของเรอัสฉายแววระริกเหมือนพร้อมจะลงไปในสนามทุกเมื่อ แก้มขาวๆร้อนวูบวาบยามคิดถึงเรื่องเมื่อหลายวันก่อน...วันนั้น..หลังจากที่ปล่อยให้เรอัสจับมือถือแขน หอมแก้มอีกนิด เธอจำได้ดีว่าเขินจนลุกพรวดจากเตียงแล้วคว้าหมอนตีคนฉวยโอกาสโวยวายลั่น

ลามกๆๆๆๆ เจ้าคนลามก !

คนลามกไม่สะทกสะท้านกลับหัวเราะแล้วเข้ามายื้อหมอนจากมือเธอ รู้สึกตัวอีกทีสถานการณ์มันเลวร้ายยิ่งกว่าตอนแรก

เรอัสคว้าสองมือของเธอกดกับกำแพงเอาไว้แน่น หัวเหอกระจุยกระจายทั้งคู่ แล้วหมอนั่นก็ค่อยๆก้มหน้าลงมา

ตาย ตาย ตายแน่ !! เธอจำได้ว่ากรีดร้องแบบนี้อยู่ในใจ ถึงจะก้มหน้างุดหลับตาปี๋ก็เถอะ แล้วสัมผัสอุ่นๆก็แนบลงบนหน้าผาก ทำให้เธอต้องเงยหน้ามองอย่างงุนงง พอเรอัสเห็นเธอทำหน้าแบบนั้นเจ้าบ้านั่นก็หัวเราะในลำคอปล่อยแขนเธอตบท้ายด้วยดีดหน้าผากดังเป๊าะ

คิดว่าฉันจะทำอะไร คนลามก

เปรี้ยะ..สติของเจ้าหญิงคนงามขาดเป็นสองท่อน บรรยากาศโรแมนติกก็จบลงด้วยการวางมวยที่คนโดนทำร้ายไม่ต่อต้านอะไรสักนิด เล่นเอาเอเดรียนที่เพิ่งกลับมาขำก๊ากกับหน้าของเจ้าชายที่มีรอยช้ำบนแก้ม ส่วนเธอก็มุดคลุมโปงอยู่ในผ้าห่มไม่กล้าสู้หน้าเพื่อนทั้งวัน

น่าอายชะมัด เข้าใจแล้วว่าทำไมท่านแม่ถึงซัดท่านพ่อทุกครั้งที่โดนฉวยโอกาส

เสียงตะโกนเชียร์ดังขึ้นอีกครั้ง ฉุดสติคนที่เตลิดเปิดเปิงให้กลับมาสู้สนามแข่งขัน ป้อมอัศวินปีหนึ่งสามารถนำชัยไปถึงรอบที่สี่แต่ก็ต้องแพ้ให้กับรุ่นพี่ปราสาทขุนนางปีสามที่เก่งกาจ เอเดรียนเล่าให้ฟังว่าคิงอาเธอร์อารมณ์ดี ปลอบใจลูกชายสุดที่รักด้วยการเยาะเย้ยถากถางไปทั้งวัน

การแข่งขันดำเนินไปเป็นอาทิตย์จนวันนี้ที่เป็นรอบตัดสิน ผู้เดินหมากป้อมอัศวินคือเจ้าชายฟาโรเวล วาเนบลี แห่งคาโนวาลส่วนผู้เดินหมากปราสาทขุนนางคือเจ้าชายเลออน โมนาโรคแห่งแอเรียส อลันไม่แปลกใจที่เจ้าชายเลออนสามารถรับมือรู้ทันเกมท่านพี่ฟาโรได้ขนาดนี้ ก็สองคนนี้เขาเล่นหมากรุกมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เห็นว่าทุกปีไม่เคยได้เจอกันจะๆ มีวันนี้นี่แหละ...ท่าจะเละกันไปข้าง

หลังจากที่ป้อมอัศวินปีหนึ่งแพ้การแข่งขันไปเมื่อสี่วันก่อน เพื่อนๆของเจ้าขโมยตัวยุ่งก็ทำตามที่เคยสัญญาเอาไว้ด้วยการมารุมซักฟอกล้วงความลับจากหัวขโมยแห่งคาโนวาลให้หมดเปลือก ไอ้ครั้นจะอ้างเหตุผลข้างๆคูๆหรือเอาวิชาก้นหีบตระกูลเดอเบอโรว์มาใช้คงไม่แคล้วโดนรุมประชาทัณฑ์ ทำให้อลันต้องมานั่งอธิบายต้นสายปลายเหตุเรื่องของตัวเองตลอดทั้งคืน

ต้องมาอธิบายว่าทำไมถึงเป็นผู้ชายได้..อันนี้เจ้าตัวยุ่งตั้งใจจะถอดแหวนให้เพื่อนๆดูแต่โดนเรอัสห้ามเอาไว้ก่อนเห็นว่าไม่ปลอดภัย ถึงตรงนี้ขโมยที่กำลังโม้ฟุ้งฝอยก็เกิดอาการหน้าแดงเรื่อๆไม่ยอมถอดแหวนไม่ว่าเพื่อนๆจะยุแค่ไหน

แล้วก็ต้องตอบคำถามเรื่องเฟริน เดอเบอโรว์ ที่มันคาใจเพื่อนทุกคนว่าไอ้คนที่บุกป้อมเข้ามาเนี่ยใคร พอความจริงเฉลยนักเรียนปีหนึ่งทั้งหลายแทบจะเข่าอ่อนลมจับ โดยเฉพาะไมอาและเลอาแม่มดสาวแห่งแกรนด์ไลน์ ที่ยังไงก็ทำใจไม่ได้ว่า

พวกเธอโดนราชินีแห่งคาโนวาลจีบ !!.

ตามด้วยอธิบายเหตุผลที่ไม่ย้ายห้องเด็ดขาด อมันด้านักรบสาวจากอเมซอนทั้งขู่สารพัดแต่เจ้าหญิงหัวขโมยก็ลั่นวาจาเด็ดขาดยังไงก็ไม่ไป แต่เรื่องก็จบลงอย่างง่ายๆด้วยวิธีสาธิตของเจ้าชายแห่งซาเรสที่ทำด้วยการ

ดึงร่างเล็กๆของหัวขโมยเข้าไปหอมแก้ม

แล้วคนขี้โกงก็โดนเวทย์ของเจ้าชายแห่งเดมอสเล่นงานไปเจ็บๆคันๆเลือดไหลเป็นทางบนท่อนแขน พอหยุดเลือดได้ แผลกลับโชว์หลารักษาไม่หาย เดือดร้อนต้องไปตามหาเจ้าชายเอนาธานมาจัดการด่วน เพราะคาโนวาลยังไม่อยากให้ซาเรสมีข้ออ้างไปถล่มเดมอสข้อหาทำลูกชายเขาเสียโฉม

ทันทีที่โดนลากมาห้องนั่งเล่นปีหนึ่ง เจ้าชายเอนาธานก็แค่ยิ้มๆเหมือนรู้ว่าจะต้องโดนตามมา แถมยังไม่ตกใจที่เด็กๆปีหนึ่งรู้เรื่องน้องสาวตัวเองกันหมดแล้ว

ไม่รู้ก็แปลก

เจ้าชายแห่งเดมอสตอบแล้วลงมือรักษาแผลที่แขนให้คนที่ชอบลองของ พร้อมอธิบายว่าฐานะของอลันตอนนี้เลื่อนระดับเป็นหัวขโมยชั้นแนวหน้าที่เป็นญาติห่างๆของราชินีเฟลิโอน่าเข้าออกวังคาโนวาลตั้งแต่เด็กทำให้ใช้เวทย์สโนวแลนด์ได้ แถมท้ายด้วยเป็นลูกศิษย์คนโปรดของคิงบาโรอีกต่างหาก

อลันขมวดคิ้วมุ่น ใครจะไปเชื่อเรื่องโกหกหน้าด้านๆแบบนี้กัน แต่ในเมื่อบรรดาคิงพยักหน้าแล้วบอกว่าจริง ทุกคนก็ทำได้แต่เชื่ออย่างไม่มีปากเสียงเท่านั้นเอง

ก่อนที่เจ้าชายจะขอตัวกลับไปที่ห้องพัก เขาก็ก้มลงกระซิบเบาๆคุยอะไรสักอย่างที่เรียกเลือดบนหน้าของขโมยน้อยให้แดงเถือกไปถึงไหนๆ เรื่องในปะรำวีไอพีในวันนั้น....

เรื่องที่ทำให้อลัน เดอเบอโรว์อยากจะเป็นลม

หลังการแข่งขันของปีหนึ่งจบลงด้วยชัยชนะของป้อมอัศวินและแถมท้ายด้วยบทหวานกลางสนามของสองหนุ่มทำให้เสียงหัวเราะคิกคักซุบซิบยังไม่จางหาย ใครเล่าจะรู้ว่าในปะรำวีไอพีตอนนั้นเย็นแทบติดลบจากจอมสร้างน้ำแข็งสองพ่อลูกแห่งคาโนวาล

เฟรินเริ่มกระชับผ้าคลุมไหล่ฟูฟ่องให้แนบตัว ตอนแรกเธอไม่อยากเอามาใส่หรอกไอ้เฟอร์ๆอะไรเนี่ย แต่โดนบีบบังคับตอนนี้ชักขอบคุณความอุ่นจากมันเสียแล้ว

เธอเริ่มขยับถอยห่างจากสองพ่อลูกมากระแซะรุ่นพี่ที่แสนนับถือ นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่โตช้อนขึ้นมองใบหน้าคมเข้มของมหาราชแห่งเจมิไน เมื่อนัยน์ตาสีน้ำเงินนั่นเหลือบกลับมามองเธอ แม่ตัวยุ่งก็ยักคิ้วแผล่บ

ค่าสินสอดเจ้าหญิงคาโนวาลแพงนะพี่ ราชินีคนงามเริ่มขบวนต่อรองขายลูก

โรเวนเลิกคิ้ว เขารู้สึกได้ว่าอุณหภูมิมันลดลงไปอีก สงสัยคำพูดของเจ้าหล่อนไปกระตุ้นต่อมโมโหคิงขี้หวงเข้า ริมฝีปากได้รูปแย้มพรายพร้อมนัยน์ตาพราวระยับ

ก็คงไม่แพงไปกว่าตอนที่คาโนวาลขอเจ้าหญิงเดมอสหรอก..ใช่ไหม คิงคาโล โรเวนส่งคำถามไปให้คนที่น้ำแข็งละลายเหลว จงใจยิงตรงจุดเดือดละลายน้ำแข็งให้เป็นลาวา

เฟรินยิ้มเจื่อนๆกระซิบเสียงเครียด พี่ก็..ไปพูดให้มันโมโหทำไม

มหาราชแห่งเจมิไนหัวเราะเบาๆ แต่นัยน์ตาบอกว่าไม่ได้ล้อเล่น คาโล วาเนบลีมองสบตารุ่นพี่อย่างจริงจังจนแทบเป็นสงครามสายตา

โรเวนไม่หยุดเติมเชื้อเพลิงแค่นั้น ไม่ต้องห่วงนะเฟริน ฉันซื้อไข่มุกแสงจันทร์ให้ลูกเอาไว้แล้ว

พลันเกล็ดหิมะสีขาวก็ร่วงกราว เฟรินเงยหน้ามองแล้วเบือนออกไปนอกปะรำ

หิมะของคาโลตกแค่ในนี้

ข้อสงสัยของเธอได้คำตอบอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกถึงไอเวทย์ที่มาจากด้านหลัง คิงชาเบรียนแห่งทริสทอร์กางข่ายเวทย์คู่กับคิงริชาร์ดแห่งแอเรียส หยุดฤทธิ์ของคิงปีศาจหวงลูกให้อยู่แค่ในปะรำ

เฟรินแสนเหนื่อยใจ แค่ลูกจะมีแฟนไอ้น้ำแข็งยังออกฤทธิ์ขนาดนี้ ถ้าจะแต่งงานสงสัยลูกเขยคงโดนฝังกลบในพายุหิมะแหงๆ

....................................

ท้องฟ้าเปลี่ยนสีเป็นช่วงเวลาแห่งราตรีกาล แสงไฟจากห้องจัดเลี้ยงในปราสาทขุนนางวิบวับจับตา พิธีมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศหมากกระดานเกียรติยศจบลงไปแล้ว โดยเป็นไปตามคาด เจ้าชายฟาโรเวลนำป้อมอัศวินชนะเลิศได้อย่างสวยงาม เล่นเอาราชินีเฟลิโอน่าที่ฝึกลูกชายมากับมือยิ้มไม่หุบ

งานเลี้ยงคืนนี้เป็นไปอย่างเรียบง่าย มีเพียงเหล่ากษัตริย์แขกวีไอพีและอาจารย์ของเอดินเบิรก์เท่านัน้

ไวน์เดมอสนุ่มกว่าแฮะ ราชินีคนงามบ่นเบาๆหลังจากจิบไวน์ที่คนเสิร์ฟบอกว่าชั้นดีจากเอเธน

เฮ้ย..มีโอกาสก็งุบงิบของเดมอสมาให้บ้างสิวะ เจ้าพ่อของมึนเมา ครี๊ด ธันเดอร์ถึงกับแอบเข้ามากระซิบกับเพื่อนสาว

เฟรินพยักหน้าหงึกหงัก เดี๋ยวเทอมหน้าฝากเอนาธาน..ไม่สิ..ฝากอลิเซียมาให้แล้วกัน

อลิเซีย..ลูกสาวแกนะเหรอ ปีหน้ามาเข้าเรียนแล้วเรอะ เออ ดีๆ ท่านอาจารย์พิเศษที่ทำท่าจะถวายตัวเป็นอาจารย์ประจำเริ่มซักไซ้อย่างสนใจออกหน้าออกตา

อดีตหัวขโมยขมวดคิ้วครุ่นคิดก่อนจะคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ อย่าบอกนะ ว่าแกไม่รู้ว่าลูกฉันมีกี่คน

บ๊ะ รู้สิวะ ลูกชายสาม ลูกสาวหนึ่งไง ครี๊ดบอกอย่างมั่นใจ ไอ้คนโตก็คนที่ชนะเลิศใช่ไหม คนที่สองก็ที่อยู่ปีห้า แล้วก็คนที่สามเจ้าอลัน เดาไม่เห็นยาก

หญิงสาวหัวเราะกิ๊กกั๊ก เออ มันไม่รู้จริงๆด้วย ความจำแกโหลยโท่ยเป็นบ้าวะครี๊ด ว่าแล้วเธอก็กวักนิ้วเรียกลูกชายคนโตที่ยืนอยู่ไม่ไกล

จำชื่อลูกชายคนโตฉันได้ไหม

จำได้สิ ก็ฉันไปงานเลี้ยงครบเดือนนี่หว่า

ชื่อว่าอะไร เฟรินกอดอกมองคนที่ตอบอย่างมั่นใจ

เอ่อ...ค...ไคล์ไง คนที่ไม่เคยสนใจเรื่องรอบตัว ยิ่งเรื่องเจ้าชายไม่เคยมีอยู่ในหัวสมองถึงกับคิดหน้าเครียด

หญิงสาวพยักหน้า ใช่..นี่ไงไคล์ เธอชี้ไปยังชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ ไอ้ที่อยู่ปีเจ็ดมันฟาโรลูกคนที่สอง

นักรบแห่งไนล์ชักทะแม่ง จะว่าไปก็จริง ทำไมไม่ฉุกคิดวะว่าเจ้าชายปีเจ็ดนั่นชื่อฟาโรเวลไม่ใช่ไคล์

แล้วอลันมันลูกคนที่สี่แกเรอะ แอบไปมีเมื่อไหร่

ฉันมีลูกชายแค่สามคน..ครี๊ด เธอย้ำเสียงเย็น

ครี๊ด ธันเดอร์จมในความคิดอยู่พักใหญ่ก่อนจะอุทานลั่นให้คนในงานหันมามอง เป็นไปไม่ได้ ไอ้อลันเด็กบ้านั่นคือ..เจ้าหญิงคาโนวาล พระเจ้าช่วย!!

สมองช้าเหมือนเดิมเลยวะแก ฮะๆๆๆ

เฟริน คาโลที่ทนฟังภรรยาใช้ภาษาผู้ชายคุยกับเพื่อนอยู่อย่างใจเย็นหมดความอดทน อารมณ์เริ่มกรุ่นๆเมื่อเจ้าหล่อนออกนอกลู่นอกทางเอาลูกมาเผา

แกก็..ซีเรียสไปได้ เธอตบไหล่คนรักป๊าปทำเอาคิงแห่งคาโนวาลผงะไปหน่อย สอนมารยาทเท่าไหร่ก็ไม่จำ ปิดเทอมนี้ต้องส่งไปอบรมทั้งแม่ทั้งลูก

เฟลิโอน่า เสียงเหี้ยมกระตุกใจแม่ลูกสี่ลงไปกองที่ตาตุ่ม นัยน์ตาสีน้ำตาลค่อยๆมองไปทางต้นเสียงแล้วยิ้มแหย

คิงชามัล...ท่านตา..สบายดีไหม..เพคะ คำราชาศัพท์ครึ่งๆกลางๆตะกุกตะกัก

ทำไมถึงเรียกคิงคาโลแบบนั้น คิงแห่งบารามอสที่เข้ามาในงานได้จังหวะทันเห็นฉากเด็ดหลานสาวเรียกสามีตัวเองว่าแกแถมตบหลังดังป๊าป เรียกใหม่

หญิงสาวอ้ำอึ้งเหลือบมองคนตัวสูงข้างกายขอความช่วยเหลือแต่งานนี้คนที่จะมีผลพลอยได้หุบปากเงียบ

หนอยไอ้น้ำแข็งจำไว้นะ

จะ..จะ..เธอกลืนน้ำลายเอื้อก เจ้าพี่คาโลเพคะ

คาโลกระตุกยิ้ม นัยน์ตาสีฟ้าใสพราวระยิบด้วยความถูกใจ ในขณะที่คนพูดอยากจะกัดลิ้นให้มันตายๆไปเสียตรงนี้ เยื้องไปเบื้องหลังครี๊ด คิล คิงนักบวชกัสโทนีย่าและคิงชาเบรียนกำลังกลั้นหัวเราะ ต่างพากันเมินหน้าไปคนละทางหากไหล่สั่นจนแทบทนไม่ไหว เพื่อนของพวกเขาที่จนบัดนี้ยังไม่ยอมคุ้นกับภาษาผู้หญิง และยังไม่ค่อยยอมรับความเป็นผู้หญิงของตัวเอง ทั้งๆที่มันมีลูกกับไอ้คนที่มันไม่เคยเรียกหวานๆสี่คนเข้าไปแล้ว

ดีมาก คิงชามัลยิ้มด้วยความพอใจ จากนั้นก็คุยทักทายกับคิงแห่งคาโนวาลพอสมควรก่อนผละไปทักทายคนอื่นๆต่อ

เฟรินยืนหน้าแดงเห่อสบถอุบอิบ พอหันไปมองคนรักก็จ้องแทบจะกินเลือดกินเนื้อ ครี๊ด ธันเดอร์ตบพลั่กเข้าที่ไหล่เพื่อนสาวให้กำลังใจ โธ่แกก็.. เสียงพูดยังสั่นจากการกลั้นหัวเราะ ตาที่มีอยู่แค่ข้างเดียวพราวไปด้วยน้ำตา แค่พูดคะๆขาๆหน่อยไม่ตายหรอก นานๆเรียกเจ้าพี่บ้างคาโลมันจะได้ดีใจ

เจ้าหล่อนตาลุกโพลงโชติช่วงเหมือนมีไฟสุม แกไม่รู้อะไร!

เธอพูดเสียงกร้าวแล้วหันไปแยกเขี้ยวใส่น้ำแข็งยักษ์ข้างตัว หากคาโลทำเพียงยิ้มมุมปากให้เธอหนาวยะเยือก แก้มขาวๆเริ่มขึ้นสีอีกหน

ปัดโธ่ จะให้พูดออกมาได้ยังไงเล่า เพราะไอ้คำว่าเจ้าพี่คาโลนี่แหละ อลิเซียถึงได้ออกมาวิ่งชมโลกอยู่ตอนเนี้ย

บอกไว้ก่อนนะ เฟรินกระซิบเสียงเครียด ฉันไม่มีโครงการห้า

คาโลเลิกคิ้วแล้วระบายยิ้มจางๆ

นั่นมันนาย..ไม่ใช่ฉัน..เฟริน..

........................

เสียงเก็บโต๊ะในห้องจัดงานดังมาให้ได้ยินแว่วๆ ในห้องรับรองถัดจากห้องงานเลี้ยงตอนนี้เป็นที่รวมตัวของเหล่าแขกคนสำคัญ หน้าห้องมีเวรยามที่จัดเอาไว้อย่างแน่นหนากลายเป็นสถานที่หวงห้ามชั่วคราว ไฟในเตาผิงไหวน้อยๆทำให้เกิดเงาวูบวาบบนกำแพงห้อง ออกไปด้านนอกระเบียงลมหนาวกำลังพัดแรงเหมือนมีพายุในหน้าหนาวพาเอากิ่งไม้เอนเอียงกระแทกกับตัวปราสาท

สรุปเรื่องนั้นก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น มหาราชโรเวนเอ่ยขึ้นมาเป็นคนแรก ในมือถือชาหอมกรุ่น

หรือข่าวของเดมอสผิดพลาด คิงแห่งซาเรสยิ้มกริ่ม แต่ก็แอบผิดหวังเมื่อหน้าของหญิงสาวเชื้อสายเดมอสทำท่าจะเห็นด้วยกับคำพูดเขา นึกว่าจะมีโมโห...

ไม่น่าจะ บางทีอาจจะรอเวลาอยู่ คิงแห่งคาโนวาลทำหน้าที่ลูกเขยที่ดีแก้ตัวแทนให้ภรรยาที่ตอนนี้หันมาพยักหน้าหงึกหงักกับคำพูดเขา

ถ้ามีอะไร เจ้าชายเอนาธานน่าจะไหวตัวทัน เพราะมันเป็นของที่มาจากเดมอสไม่ใช่หรือ คิงนักบวชแห่งกิลดิเรกเสนอความเห็น

ในเมื่อมันเป็นของจากเดมอส เจ้าชายแห่งเดมอสน่าจะพอรับมือไหว

จริงของเธอ.. ริชาร์ด โมนาโรคพยักหน้า

มีหลานสาวฉันอยู่ป้อมอัศวินช่วยอีกแรงน่าจะไหว

หลานสาว ?! บรรดาผู้ไม่รู้ถึงกับหันมามองเป็นทางเดียวกัน เฟรินขมวดคิ้วหันไปมองคิลกับครี๊ดที่ทำหน้าเหวอไม่ต่างจากเธอ แล้วเหลียวไปมอง อดีตขอทาน อดีตนักบวชธรรมดา และคาโล ซึ่งเงียบกริบ อาการแบบนี้เฟรินมองปราดเดียวก็รู้ทันทีว่า

พวกมันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคิงริชาร์ดมีพระนัดดาเรียนอยู่ที่เอดินเบิร์ก แถมอยู่ป้อมอัศวิน

ใช่ ริชาร์ดแห่งแอเรียสหัวเราะเบาๆ พวกเธอคงไม่รู้จัก เซเรนนัยน์ตาของคิงมากวัยหลุบต่ำ เซเรน ซาโดเรีย

ราชินีแห่งคาโนวาลอ้าปากพะงาบ ไอ้ที่ตกใจไม่ใช่เรื่องหลาน แต่เป็นที่นามสกุล ซาโดเรีย..ถ้าจำไม่ผิดมันของพี่ลูคัสนี่หว่า

จริงสิ ไม่ได้บอกพวกเธอเอาไว้ มหาราชโรเวนเอ่ยยิ้มๆ เมื่อเห็นรุ่นน้องทำหน้าเหมือนโลกจะแตก

ลูคัส ซาโดเรียเป็นพระโอรสในคิงริชาร์ด

ไม่ใช่พี่ลอเรนซ์หรอกหรือ โร เชวาเรสพึมพำ ก็พี่ลูคัสเป็นทริสทอร์เป็นครั้งแรกที่สายข่าวของเขาพลาดเรื่องสำคัญขนาดนี้ไป

นัยน์ตาที่อ่อนแสงลงตามวัยของริชาร์ดไหววูบ เจือด้วยความรู้สึกบางอย่าง มันมีเหตุผล คิงชาเบรียน ลมหายใจถูกถอนออกหนักๆ

แต่ท่านเดาถูก ลอเรนซ์ก็เป็นลูกชายของฉัน

ห๋า !! คราวนี้ทั้งครี๊ดทั้งคิลช่วยกันกับเฟรินประสานเสียง

ดะ เดี๋ยวนะฮะ เฟรินคืนราชาศัพท์ลงคลัง ไม่สนใจสายตาของท่านตาเพราะเรื่องข้างหน้ามันน่าตกใจกว่ามาก หมายความว่าพี่ลูคัสและพี่ลอเรนซ์เป็นพี่น้องกัน

คิงแห่งแอเรียสพยักหน้า พี่น้องคนละแม่ ทางเดมอสคงไม่ได้บอกอะไรเธอสินะ นำเสียงเยาะนิดๆ แต่เฟรินขี้เกียจจะใส่ใจ ลูคัสเป็นลูกของฉันกับลูน่าราชินีจันทรา อาของเธอ

หญิงสาวแทบลมจับ นี่เธอกับพี่ลูคัสเป็นลูกพี่ลูกน้องกันเหรอเนี่ย

ส่วนลอเรนซ์เป็นลูกของสนมเอกของฉันในตอนนั้น ที่เสียชีวิตทันทีที่ให้กำเนิดทารก

งั้นรัชทายาทของแอเรียส... กัส โทนีย่าเปรยขึ้นมาบ้าง เพราะท่าทางคนช่างถามจะคุมสติไม่อยู่ไปแล้ว

สองคนนั้นเคยเกือบเป็นรัชทายาท คิงใจสิงห์ที่ยืนกอดอกพิงเตาพิงอยู่นานเป็นคนตอบ แต่ตอนนี้คนที่เป็นคือเจ้าชายเลออน โมนาโรคที่ประสูติจากพระมเหสีวิเวียนนานีย่า

เจ้าชายที่คิงริชาร์ดยอมล้มเลิกประเพณีเร่ร่อนเพราะไม่ยอมที่จะเสียเจ้าชายรัชทายาทไปอีกเป็นครั้งที่สาม

ริชาร์ดหลับตาลงช้าๆหวนนึกถึงอดีต ภรรยาสาวขยับเข้ามาใกล้แล้วแตะต้นแขนเบาๆ นัยน์ตาสีเขียวมรกตช่วยทำให้เขารู้สึกดีขึ้น เรื่องเจ็บปวดในอดีต คงมีแต่เวลาที่จะช่วยเยียวยาสินะ

.....................................

เซเรนเสียงทุ้มแฝงไปด้วยอารมณ์ดีดังลั่นทางเดินป้อมอัศวินปีห้าหากเจ้าของชื่อยังคงเดินดุ่มๆต่อไปเหมือนไม่ได้ยินอะไร

เซเรน ! คนเรียกเพิ่มโวลุ่มขึ้นไปอีก แต่ เธอ ก็ไม่ได้หันกลับมา

เซเรน ซาโดเรีย !!

กึก คราวนี้ร่างบอบบางชะงักฝีเท้าใบหน้าขาวสะอาดค่อยๆหันกลับมา นัยน์ตาสีดำสนิทราวกับท้องฟ้ายามราตรีฉายภาพชายหนุ่มร่างสูงที่เดินตามมาจนทัน

เซเรน ดอร์น เธอแก้แล้วหันหลังกลับจนผมสีทองยาวปลิวสไวตามแรงหมุน

เดี๋ยวสิ มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเล็ก เซเรนเงยหน้ามองคนที่ตามตื้อเธออย่างไร้อารมณ์

มีอะไร เอนาธาน วาเนบลี น้ำเสียงหวานใสแต่ไร้โทนเอ่ยเนิบนาบ

ต้องมีอะไรถึงเรียกได้เหรอ เขายิ้มกว้างแล้วก้มหน้าลงใกล้จนชิด กลิ่นหอมอ่อนๆจากกายหญิงสาวรวยรินแตะจมูก

เธอเอียงคอน้อยๆสบตากับเจ้าชายแห่งเดมอส ไม่มีอาการเก้อเขินอย่างสาวๆทั่วไปที่มักจะประหม่ายามถูกเจ้าชายเจ้าเสน่ห์จ้อง

เอนาธานยักยิ้มพอใจ ลองไม่ต่อต้านแสดงว่าเจ้าหล่อนยอมคุยกับเขาแล้ว ชายหนุ่มรวบเอวบางเข้าแนบชิดแล้วพิงตัวเองกับกำแพงริมทางเดิน นัยน์ตาจับจ้องใบหน้าหวานไม่รู้เบื่อ

นิ้วเรียวยาวขยับขึ้นไล้เบาๆไปตามผิวแก้มเนียนที่ขาวจัดจนเกือบเห็นเส้นเลือดเล็กๆ เขาแตะไล่ไปบนริมฝีปากแดงเรื่อที่เผยอน้อยๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นเสยเรือนผมสีทองยาวราวกับไหมชั้นดีที่ปรกปิดใบหน้าของหล่อนไว้ครึ่งนึงทัดกับหู

เผยให้เห็นนัยน์ตาอีกข้างที่สีแดงก่ำราวกับเลือด ตาของปีศาจที่ทำเรื่องเลวร้าย หลักฐานของความผิดพลาดมหันต์ นัยน์ตาที่ไม่ควรประดับอยู่บนใบหน้าของนักบวชสาว เซเรน ดอร์นแห่งแอเรียส

เอนาธานก้มลงจุมพิตบนเปลือกตาบาง เบา อ่อนโยน

ใกล้จะปิดภาคเรียนแล้วนะ เขากระซิบแล้วขยับลงมาจูบที่ปลายจมูกโด่งรั้น

เธอจะกลับแอเรียสไหม

หล่อนพยักหน้าน้อยๆเป็นคำตอบ

แล้ว..จะคิดถึงฉันไหม หยอดคำหวานที่รู้ว่ายังไงสาวตรงหน้าคงไม่เขิน

ทำไมต้องคิดถึง คิ้วเรียวสีอ่อนขมวดมุ่นน้อยๆ ไม่เข้าใจ

เจ้าชายแห่งเดมอสยิ้มเอ็นดู พลางเพิ่มแรงกอดที่เอวเล็กแน่นขึ้นแล้วแนบหน้าผากกับอีกฝ่าย

เธอจะไม่เจอฉันเป็นเดือนๆ จะไม่คิดถึงกันบ้างเลยเหรอ ไม่ได้เจอ ไม่ได้คุย ไม่ได้อยู่ใกล้ๆกันเชียวนะ

เซเรนหลุบตาลงต่ำใช้ความคิดกับคำถามที่ไม่น่ายาก นาน...แต่คนรอฟังก็ยังคงรอคำตอบอย่างอารมณ์ดี เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าสาวในอ้อมแขนมีอารมณ์ ความรู้สึกน้อยกว่าคนปกติธรรมดาไปหน่อย เหมือนผ้าขาวที่ต้องค่อยๆย้อมสีสรรลงไป แต่งแต้มชีวิตให้เธอ

คิ้วสีเงินเลิกขึ้นเล็กน้อยรอคำตอบเมื่อนัยน์ตาคู่สวยเหลือบมองมายังเขาอีกครั้ง

คิดถึง คำตอบจริงจังเหมือนสายน้ำที่ชโลมหัวใจเจ้าชายเมืองปีศาจ

เอนาธานคลี่ยิ้มแล้วจูบเบาๆลงบนริมฝีปากบางอย่างอดใจไม่ไหว

งั้นฉันจะเขียนจดหมายหา

เธอพยักหน้า

ตอบฉันด้วยนะ

เธอหยุดคิด...แล้วพยักหน้า

อย่าให้ท่านพ่อเธอเห็นจดหมายเชียวนะ เขากระเซ้า

เธอชะงักแล้วส่ายหน้าแทน

ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจ นักบวชหน้าบูดจอมหวงลูกสาวลอเรนซ์ ดอร์น เขายังจำได้ว่าเมื่อปีที่แล้วจดหมายเขาถูกตัดส่งเป็นชิ้นๆคืนกลับมาที่คาโนวาลพร้อมโน๊ตสั้นๆ

อย่าส่งมาอีกเป็นอันขาด

พอเขาบุกไปถึงแอเรียส กะขอเข้าพบหญิงสาวแต่ก็โดนพายุมีดสั้นไล่ซัดซะหนีเตลิดเปิดเปิง พร้อมเสียงตะโกนไล่ดังลั่นวิหาร

เอนายักไหล่ เอาน่า มีอุปสรรคเสียบ้างชีวิตจะได้มีรสชาติ

....................................................


edit @ 2007/09/30 14:21:55

2007/Sep/27

ตอนต้นๆอยู่ที่นี่นะคะ

http://my.dek-d.com/Writer/story/view.php?id=310269

ตอนที่ยี่สิบเอ็ด เสียงของหัวใจ

นายหมายความว่าฉันบ้าไปเอง หัวขโมยแห่งคาโนวาลเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดออกมาจากห้องพยาบาลพวกเขาสามคนหลบบรรดาเพื่อนๆออกมาจากห้องพักผู้เข้าแข่งขัน เพื่อมาดูแผลตามตัวและดูแผลที่ท้องของคิงซาดิสต์ด้วย

เออ เอเดรียนพยักหน้าแล้วตีหน้าท้องโชว์ คนเราใช้ดาบก็ต้องรู้หลักสิ นัยน์ตาสีนิลหรี่ลงพร้อมรอยยิ้มกริ่ม แทงตรงไหนหนีอวัยวะสำคัญได้ แทงตรงไหนเจ็บน้อยเจ็บมาก และแทงตรงไหน..ทีเดียวจอด หัวเราะหึ หึในลำคอ

อลัน เดอเบอโรว์กุมขมับ ไอ้เพื่อนคนนี้ไม่ควรมีฉายาว่าปรินซ์เลย มันควรเป็นนักฆ่าแห่งซาเรสสู้กับน้าคิลยังจะเหมาะเสียกว่า คู่ต่อสู้มันแม่สาวแผ่นดินประชาชนนั่นท่าจะสาหัส

เพราะฉะนั้น ต่อให้นายหนีไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเอเดรียนมันก็ชนะเอง เรอัสตอกย้ำเธอลงไปอีกขั้น

โธ่โว้ย ใครจะไปรู้ละว่ะว่าไอ้ที่เลือดไหลเป็นน้ำตกนั่นนะแค่การแสดงปาหี่ของไอ้เอเดรียน ใครจะรู้ว่าเรอัสมันส่งเธอลงไปสู้กับคิงก็แค่เพื่อถ่วงเวลา ใครจะไปรู้ว่าไอ้สองเจ้าชายมันรับมุขกันได้โดยไม่ต้องบอกวะ หมด หมดกัน อลัน..แกปล่อยไก่ไปหมดเล้า ใช้ไม้ตายมันทุกท่า เพราะมัวแต่ห่วงเพื่อนที่เอาแต่หยอกสาวไม่ยอมจบเกมสักที ไอ้เอเดรียนไอ้เพื่อนบ้า

แต่นายก็เก่งนะ ใช้ดาบปราบมารได้ เจ้าชายแห่งซาเรสศอกที่ไหล่เล็กชมเอาใจเหมือนรู้ว่าโดนอาฆาตอยู่ คราวนี้ไอ้ตัวยุ่งรีบยืดอกกระแอมเบาๆ

ใช่ไหม โธ่ขอบอก เนี่ยวิชาเด็ดเชียวนะ ไม่ได้ทำได้ง่ายๆ แน่นอนละ ก็เพิ่งใช้ได้ครั้งแรกเมื่อกี้นี่แหละ

ขี้โม้ เเรอัสกระเซ้า ขำกับท่าทางของหัวขโมยที่กำลังอวดตัวเต็มที่

นัยน์ตาสีฟ้าตวัดควับแยกเขี้ยวงุด ยุ่ง !

ศึกฝีปากกำลังจะเริ่มแต่ก็โดนห้ามทัพเสียก่อน เอเดรียนบุ้ยหน้าไปที่ประตูบานใหญ่ทำให้ทั้งสองคนเงียบลง ประตูห้องนั่งเล่นป้อมอัศวินปีหนึ่งที่ตอนนี้มีเสียงเฮฮาดังลอดออกมาซึ่งหมายความว่าเพื่อนๆทุกคนย้ายจากห้องพักผู้เข้าแข่งขันมาฉลองความสำเร็จที่ป้อมอัศวิน อลันรู้สึกว่าน้ำลายเหนียวหนืดจนกลืนไม่ลง เขามองหน้าเพื่อนทั้งสองเป็นกำลังใจแล้วผลักประตูเข้าไป เสียงเฮฮาเงียบลงทันทีเหมือนสั่งได้ ทุกสายตาจ้องไปยังบุคคลที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่มแล้วเลื่อนไปยังคนหัวสีน้ำเงินที่ยิ้มให้น้อยๆเหมือนไม่รู้สึกรู้สมอะไรกับสายตา ก่อนจะไปจบลงที่เจ้าชายแห่งซาเรสที่ยิ้มกว้างอารมณ์ดี

ฉลองให้แก่ผู้เดินหมาก เรอัส ฮาเวิร์ด ! เสียงตะโกนทำลายความเงียบดังมาจากโยชัวร์ เมจิคเชี่ยนแห่งทริสทอร์พร้อมชูแก้วที่ใส่ของเหลวไม่ทราบสัญชาติ

แก่เรอัส เฮฮฮฮฮฮฮฮ คนอื่นๆก็พร้อมใจกันยกแก้วชูขึ้นตะโกนหนุนจนกระหึ่ม

แก่คิงที่ยอมเจ็บตัว เอเดรียน บริสตั้น! หลายมือต่อหลายมือเข้าไปตบไหล่ขยี้หัวคนทั้งสามพร้อมเสียงหัวเราะร่าเริง

แก่หัวขโมยที่นำชัยชนะมา! เจ้าหัวขโมยน้อยโดนโอบคอลากมานั่งที่โซฟากลางห้องแล้วโดนยัดแก้วใส่มือตามด้วยน้ำที่รินจนปริ่ม

ดื่มๆ บาร์ทส่งลูกยุให้เต็มที อลันฉีกยิ้มกว้างแล้วกระดกแก้วฮวบ วันนี้มีเมา แล้วมันจะรู้กันว่าอลันคนนี้คอแข็งแค่ไหน ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ...หะ.....

ตกลงนายเป็นใคร อลัน เดอเบอโรว์

พรวดดดดดดดดดดดดด น้ำที่เพิ่งเข้าปากยังไม่ทันรู้รสชาติพุ่งออกมาจนหมด

เลอา มีฟาร์ที่เข้ามาประชิดหลังขโมยตัวยุ่งก้มลงใกล้ถามเสียงเย็นเจี๊ยบตัดขั้วหัวใจ

เด็กหนุ่มกระพริบตาปริบๆ เหลียวมองเพื่อนสาว แล้วกวาดมองไปรอบๆห้อง เพื่อนทุกคนยังคงยิ้ม หากเป็นยิ้มที่อลันขอเรียกว่ายิ้มเพชรฆาต ยิ้มที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคายความลับออกมา

เวร..โดนลากมาอยู่กลางห้อง ทางหนีถูกปิดเกลี้ยง ติดกับชัดๆ

จะบอกไหม บาร์ทบีบนิ้วดังกร๊อบแกร๊บ สารภาพมาซะ

อลันยิ้มแหยเกาหัวแกรกๆ โธ่ พวกนายลืมไปแล้วเหรอ ก็อลัน เดอเบอโรว์ หัวขะ จ๊ากกกกกก ! เจ้าตัวยุ่งร้องลั่นเมื่อโดนตบป๊าปเข้าที่หัวด้วยฝีมืออมันด้าสาวโหดจากอเมซอน เขาหันไปกะจะโวยวายแต่พอเจอตาดุๆก็คอหด

ขโมยประเทศไหนใช้ไอซ์วอลล์กับดาบปราบมารได้ย่ะ อมันด้าแว้ดใส่อย่างเหลืออด

ก็บอกแล้วว่าเขาเปิดสอน.. อลันยังเถียงอุบอิบ

สอนในวังนะสิไม่ว่า อีวาน ฟอสเตอร์เข้าประชิดคนที่ยังไถไปเรื่อยๆกะว่าถ้าเจ้าตัวยุ่งนี่ยังไม่พูดอีกคราวนี้เขานี่แหละจะซัดมันเอง

แล้วพวกนายคิดว่าฉันเป็นใครละ หัวขโมยยักคิ้วแผล่บเล่นตัวทำตามบทที่ท่านแม่สอน ต้องไม่ปล่อยไก่ออกมาง่ายๆ บางทีไอ้พวกนี้แค่พูดเพื่อให้หลุดปากเท่านั้นแหละ

เจ้าชาย ดาเอนตอบ

ใช่ๆ เจ้าชายจากคาโนวาล อีวานใส่ลูกคู่

แต่ที่รู้..เจ้าชายมีแค่สามคนนี่ เจ้าชายไคล์ เจ้าชายฟาโรและเจ้าชายเอนาธาน เคลล์นับนิ้วให้ดูซึ่งเพื่อนคนอื่นๆก็พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย

นั่นสิ จะว่าไปอลันก็หล่อสู้เจ้าชายสามพระองค์นั่นไม่ได้สักนิด เรร่า เจ้าหญิงคนงามแห่งไนล์สนับสนุนเข้าไปอีก เล่นเอาหัวขโมยเก๊แยกเขี้ยว หนอยมาหาว่าเธอหล่อสู้พี่ๆไม่ได้

แต่ที่เหลือมีแต่เจ้าหญิงนี่นา ไมอา มีฟาร์เริ่มครุ่นคิด คราวนี้ทุกคนก็เพ่งมองหัวขโมยใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วทำท่าสยองกับความคิดที่โผล่ขึ้นมาชั่วแว๊บ

คงไม่หรอก...อ้อ ฉันนึกออกแล้ว กิลเบริ์กทุบมือปั้บแล้วชี้หน้าใสๆที่มองมาอย่างงุนงง

ลูกชู้ของคิงคาโล !

พลั่ก ! หมัดขวาตรงเข้าเต็มหน้าคนปากเสีย อลันสติขาดเป็นชิ้นๆ หน้าแดงก่ำ มัน..มันหาว่าเขาเป็นลูกชู้

แกกล้าว่าพ่อฉันมีชู้เรอะ ! ขโมยสติแตกแว๊ดลั่น ถ้าบอกว่าแม่ฉันนอกใจจะไม่เถียงสักคำ แหกตาดูสิวะ นี่ เธอชี้เข้าที่หัวสีน้ำตาลยุ่งๆ แล้วก็นี่ เลื่อนมาชี้ที่ตาสีฟ้าใส ตรงไหนที่ไม่เหมือนห๊า ทั้งผมทั้งตา เดี๋ยวปั๊ดลากท่านพี่มาเทีย......บ....อ่า..หง่า คนปากเบาเหมือนแม่อ้าปากค้างเมื่อเห็นเพื่อนๆยิ้มกริ่ม ปล่อยไก่หมดเล้าอีกแล้วโว้ย

สารภาพแล้วว่าใช่ กิลเบิร์กตะกายลุกขึ้นมานั่ง กุมหน้าที่แดงช้ำจนเห็นได้ชัด

เฮ้อ น้ำหน้าแบบนี้เนี่ยนะเป็นเจ้าชาย มิน่า เขาถึงเด้งออกจากตระกูลมาเป็นขโมย

เรอัสคว้าไหล่เล็กบีบแน่นเมื่อเจ้าตัวยุ่งทำท่าจะกระโจนไปต่อยเพื่อนอีกรอบ อลันสบถในใจ ให้ตายสิ ชื่อเสียงของอลัน เดอเบอโรว์กำลังโดนเพื่อนๆย่ำยีอย่างสนุกปาก ขืนรั่วไปถึงหูท่านแม่กับท่านตาละก็โดนสวดยับแน่

เดอเบอโรว์เป็นนามสกุลเก่าของราชินีเฟลิโอน่า เสียงทุ้มนุ่มหูที่ตอนนี้อลันชักจำได้แล้วว่าเป็นของใครดังขึ้นมาจากคนที่เงียบเสมอ นัยน์ตาสีเขียวมรกตของฟาลคอนเหลือบมองมาที่เธอแล้วเอ่ยต่อ ราชินีเฟลิโอน่านามสกุลเกรเดเวลก็จริง แต่ตอนฉลองครบเดือนพระองค์ถูกพาหลบหนีจากการถูกตามล่าเลยต้องไปใช้นามสกุลเดอบเบอโรว์

โดยตลอดระยะเวลาสิบห้าปีที่พระองค์หลบหนีนั้น พระองค์ถูกลงเวทย์ให้เป็นผู้ชายที่ชื่อว่า..เฟริน เดอเบอโรว์หัวขโมยแห่งบารามอส ใช่ไหมคะ ยูเรีย นักดนตรีสาวขี้อายที่บัดนี้นัยน์ตาของหล่อนฉายแววรู้ทันอย่างไม่คิดจะปิด

อลันกลืนน้ำลายเอื้อก ก่อนจะสะดุ้งโหยงทั้งตัวเมื่อถูกจับมือขึ้นด้วยฝีมือของเจ้าเมจิคเชี่ยนปากเปราะ

เพราะฉะนั้น..ทาสคนนี้ยินดีที่ได้พบนาย เจ้าหญิงอลิเซีย วาเนบลี โยชัวร์ยกมือเด็กหนุ่มขึ้นแล้วจูบเข้าที่หลังมือ สร้างความขนลุกขนพอง ว่าแต่...เขายังไม่หยุดแค่นั้น เจ้าหญิงจริงเหรอ ทำไมแบนจัง

หมับ

ปากว่ามือถึง นัยน์ตาสีน้ำตาลเบิกกว้าง ร่างเล็กสั่นระริก ไอ้บ้านี่ถึงตอนนี้เธอเป็นผู้ชาย แต่มัน..มัน...มันจับหน้าอก!!!

พลั่กกก

คนฉวยโอกาสโดนต่อยหน้าหงาย แต่ไม่ใช่จากขโมยตัวน้อยหากเป็นฝีมือของเจ้าชายแห่งเจมิไนผู้ที่กระชากร่างเล็กเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดตัวเองเพื่อให้พ้นมือมาร

หูย....ล้อเล่นแค่นี้...ขี้หึงชะมัด ผีเจาะปากยังคงทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง พร้อมยักคิ้วหลิ่วตา

เรอัส ฮาเวิร์ดหน้าร้อนผ่าวรีบปล่อยร่างในอ้อมแขน หันไปทำตาโหดใส่เอเดรียนที่กระเซ้าเย้าแหย่อยู่ข้างๆ ส่วนเจ้าหญิงในร่างขโมยถึงกับตัวแข็งหน้าแดงแจ๊ดทำอะไรไม่ถูก ยิ่งเห็นสายตาล้อเลียนของเพื่อนๆยิ่งกระอักกระอ่วน คดีกลางสนามย้ำให้ทุกคนเชื่อได้อย่างง่ายดาย

เจ้าสามทริสทอร์นี่มันรู้ได้ไงว่าเธอเป็นใคร ท่านแม่เป็นใคร แล้วทำไมขายกันแบบนี้

ตกลง..นายเป็นผู้หญิง เจราที่เงียบฟังมานานสรุป แล้วก็เป็นเจ้าหญิงแห่งคาโนวาล...ที่.. นักรบแห่งบารามอสลากเสียงให้คนฟังใจเต้นโครมคราม เป็นคนรักของเจ้าชายแห่งเจมิไน เอ๊ะ หรือเป็นพระคู่หมั้น

เฮ้ย !! ไม่ใช่ อลันลุกพรวดร้องลั่นแล้วชะงักหันไปมองคนที่โดนกล่าวหาด้วย เจ้าของผมสีน้ำเงินไม่ได้พูดอะไร หากคิ้วเข้มนั่นขมวดไปวูบนึง

ที่ไม่ใช่เนี่ย อันไหน ไม่ใช่คนรักหรือไม่ใช่พระคู่หมั้น เจราถามย้ำ

คู่หมั้น!

งั้นก็เป็นคนรักกัน

ใบหน้าขาวๆของขโมยหนุ่มน้อยถึงกับร้อนเหมือนจะเป็นไข้พูดไม่ออก ลึกๆในอกของเธอเจ็บแปล๊บ ปฎิเสธสิ ปฏิเสธไปอลิเซีย ก็ไม่ใช่.....นี่ มัวลังเลอะไร

เจ้าชายแห่งเจมิไนมองร่างเล็กที่กำลังอ้ำอึ้งตรงหน้า ก่อนจะถอนใจออกมา พรุ่งนี้มีแข่งรอบสอง เรื่องของอลันไว้ว่ากันทีหลังแล้วกัน ในที่สุดคนใจอ่อนก็อดช่วยไม่ได้

อลันกระโดดเกาะห่วงยางช่วยเหลือที่โยนมาจากฝั่งไว้แน่น พยักหน้าเห็นด้วย ใช่ๆ ยังไงฉันก็คงหนีไปไหนไม่ได้ เอาไว้ถามวันหลังนะ นะ ไม่พูดเปล่าแต่ทำตาวาวๆขอความเห็นใจ

เหล่าผองเพื่อนลังเลแต่ก็จริงอย่างที่เรอัสว่า พรุ่งนี้พวกเขามีแข่งอีกรอบควรจะเก็บออมแรงไว้มากกว่ามานั่งสอบสวนเจ้าหัวขโมยนี่ อีกอย่างลองเจ้าชายลงสนามมาช่วยเจ้าหญิงแล้ว ไปขวางคงโดนดีกลางสนามแข่งวันพรุ่งนี้แหง

งั้นวันนี้แยกย้ายกันไปพักผ่อน เรอัสตัดบทไม่ให้เพื่อนๆเอ่ยอะไรออกมา มือใหญ่คว้าข้อมือคนที่ยังยืนตาปริบๆลากออกไปจากห้องนั่งเล่นต่อหน้าต่อตาเพื่อนๆ ทิ้